~ พากิน พาเที่ยว ตั้งแต่เหนือจนสุดชายแดนใต้ 3 ~
posted on 12 May 2009 14:45 by piyatoสวัสดีครับ
ช่วงนี้เริ่มมีเวลาว่าง(ในที่ทำงาน) นิดหน่อยจึงจะขออัพต่อเลยละกันเนอะ
สำหรับคนที่เข้ามาใหม่นะฮะ สามารถติดตาม ภาคหนึ่ง และภาคสองได้ที่
วันที่ 11 ..
วันนี้ข้าน้อยวางแผนไว้ว่าจะลงใต้มากกว่านี้โดยที่จะแวะประเทศมาเลเซียด้วย
จึงจำใจต้องตื่นแต่เช้า(จริงๆเกือบเที่ยงเหมือนเดิม
) เพื่อไปรับไกด์ตัวน้อยชาวกระบี่
โฉมหน้าไกด์ตัวน้อยครับ
อย่าให้ความน่ารักหลอกเอาได้ครับ ไกด์ตัวน้อยผู้นี้เป็นผู้ที่มีความสามารถพิเศษคือ
อยู่นิ่งไม่ได้ ....
ปุด โถ่ !!!.. ซากอ้อย (ตามเทรนด์)
พี่ท่านเห็นรถเป็นสนามเด็กเล่นไปได้ จับนู่น จับนี่ .. เผลอเป็นไม่ได้
อันนี้อะไรอ้ะ ..
เกียร์ออโต้เฟ้ยยย.....ย
พระเจ้ากล้วยช่วยทอดทีเถิดครับ ข้าน้อยไม่เคยกลัวตายอะไรเท่าทริปครั้งนี้เลย !!
เอาหล่ะไม่นินทามากเข้าเรื่องดีกว่าเนอะ เสียดายเซลล์สมอง
หลังจากที่หวาดเสียวอยู่ในรถได้ซักพัก น้องไกด์ชี้ทันใดว่าจะกินติ่มซำ !!
แน่นอนมีหรือจะไม่จอดครับ
ที่กระบี่นั้นเค้านิยมทานติ่มซำเป็นข้าวมื้อเช้าครับทานกับ ชา กาแฟ
ชาทางใต้ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นชาของ มองโกล ครับ
กลิ่นหอมมากๆ ผิดกับทางเหนือลิบลับ
ติ่มซำนั้นไม่มีให้สั่งครับ เค้ายกมาให้เลย อยู่ที่ว่าเราจะทานอันไหน
น้ำจิ้มติ่มซำทางใต้นั้นก็แปลกครับ ปกติแล้วจะใช้ซอสเปรี้ยว
แต่ทางใต้จะใช้น้ำจิ้ม ออกหวาน
นั่งรถต่อมาเรื่อยๆอีกประมาณสามชั่วโมง .. อ้อ ถนน จากจังหวัดกระบี่นั้น ส่วนใหญ่แล้ว
จะมีแค่สองเลนเท่านั้นนะครับ ทำให้ขับเร็วไม่ได้
จากกระบี่ประมาณสามชั่วโมงก็ถึงจุดหมายครับ
จุดหมายแรก .. ไม่กินไม่ได้ (แพ้พลังประชาธิปไตย
)
นั่นคือ ข้าวมันไก่ทุ่งลุงนั่นเอง
ทุ่งลุงนั่นอยู่เลยหาดใหญ่ไปอีกประมาณ 50 กิโลเมตรครับซึ่งติดกับชายแดนมาเลเซีย
เอาหล่ะสิ .. ปัญหาที่เกิดตามมาคือ ทำไมมันมี สองเจ้าติดกัน(ฟะ)
งานเข้าครับ
รีบโทรถามผู้รู้ทันใด ได้ใจความว่า ต้องกินร้านขวาเท่านั้นนะ (ร้านพี่น้อง)
บรรยากาศหน้าร้านครับ
นอกจากข้าวมันไก่แล้วก็ยังมี ข้าวหมูแดง หมูกรอบ ต้มเลือดหมูด้วยครับ
หมูแดง หมูกรอบ ราดน้ำราดช่างน้อยนิด
หมูแดงแข็งเป้ก ส่วนหมูกรอบพอทานได้ครับ
ทีเด็ดคือไก่ต้ม
ไก่เนื้อแน่นดีครับ ไม่มันมากนัก แต่เพราะเนื้อแน่นนี่แหละทำให้อิ่มเร็ว
ส่วนข้าวมันนั้น กลิ่นกระเทียมโชยแต่ไกลเลยครับ
เพราะว่า เอาข้าวมันไปผสมกับกระเทียมเจียว(แบบซื้อเอา)นั้นเอง
ด้วยความสงสัยว่าอีกร้านนึงไม่อร่อยหรืออย่างไร
กลัวกลับไปนอนคิด เดี๋ยวนอนไม่หลับอีก
จึงกินมันสองร้านนี่แหละ
ซึ่ง .. น้ำจิ้มต่างกันครับ ร้านแรกอร่อยกว่า เท่านั้นเอง
อิ่มแล้วก็มีพลังพร้อมลุยครับ
จากทุ่งลุงไป ปาดังเบซาร์ใช้เวลาแป๊บเดียวเท่านั้นเองฮะ
เราก็ถึงชายแดนใต้แล้ว .. เย้ๆ (แถวนี้จริงๆแล้วไม่แนะนำให้ถ่ายภาพเด็ดขาดครับ
ถ่ายเจออะไรเด็ดๆเข้าอาจติดคุกได้)
ว่าแล้วก็กรอกบัตรผ่านแดนกันก่อนเลย ซึ่งบัตรผ่านแดนนั้นจะต้องซื้อสองใบนะครับ
คือขาไป(มาเลเซีย) และขากลับ(ไทย) ไม่งั้นเสียเวลาด้วยไม่รู้นะเอ้อ
กรอกเสร็จแล้วก็ไปยื่นกันเล้ย สิ่งที่ต้องมีนะครับ
- Passport
- บัตรผ่านแดน
ค่าบริการฟรี ~
ว่าแล้วก็เติมน้ำมันกันก่อน
ที่มาเลเซียนั้นมีแต่ เบนซิน97 ครับ ลิตรละ 1.6 เหรียญ 1เหรียญ 9.55 บาท
คิดง่ายๆว่า ลิตรละ 16 บาทนั่นเอง ..
จากชายแดน ขับรถต่อไปตามทางเพียงไม่กี่กิโลเมตรก็ถึงจุด ชอปปิ้งแล้วครับ
ทุกครั้งที่ข้าน้อยลงใต้ต้องซื้อเจ้านี่ฮะ .. น้ำเก๊กฮวย
ราคากล่องละ 8 บาท แต่อร่อยม๊ากกกกกกกกกกก
และที่ขาดไม่ได้อีกอย่างคือเจ้านี่ ..
และ..
ต่อไปข้าน้อยจะพาเดินชมร้านต่างๆนะฮะ ..
เนื่องจากต้องแบกของตลอดจึงทำให้เก็บรูปได้น้อย
ร้านเสื้อ ..
ร้านขายขนม .. ขนมแปลกๆเยอะมากมาย
พิงเกิ้ลรสแตง
ของสาวๆ เราไม่เกี่ยว
ผลไม้
ร้านขายพรหม .. แต่ละอย่างถูกจนอยากเหมาทั้งร้าน
พวกลูกพรุน เห็ดหอมตากแห้ง
หลังจากคนอื่นๆชอปเพลินอยู่นั้นเอง ข้าน้อยต้องรีบห้ามก่อนเพราะเนื่องจากว่า
รถแบกจะไม่ไหวแล้ว
ใช่ว่าจะกลับกัน แต่เปลี่ยนสถานที่เป็น ร้านค้าปลอดภาษีนั่นเอง
ที่แห่งนี้ทุกอย่างลด 25% ครับ บวกกับผู้ใหญ่ใจดี ลดให้อีก 35%
บรรยากาศข้างในครับ .. แหงหล่ะ สวรรค์ของใครหลายๆคนอยู่ที่นี่แล้ว
แต่สำหรับข้าน้อยนั้น นรกชัดๆ แทนที่จะได้ซื้ออะไรกลับต้องแบกของตามใบสั่งอีก
ซึ่งไม่ใช่อื่นใดมันคือเหล้านั่นเอง ส่วนใหญ่จะเป็นซื้อ 1 แถมอีก 1 และราคาที่ลดอีก 60%
อ้ะๆ .. อย่าตกใจ ตราบใดที่คุณไม่ได้แบกของพวกนี้แล้ว มันก็คือสวรรค์นั่นแหละ
ในภาพ มันคือพวก Deakin 75 Cl ขวดละ 350 ลด 60% ซื้อ 3 แถม 1 คิดราคาเองนะฮะ
อันนี้เห็นโชว์ เด่นสง่าเหลือเกิน
Blue Label ขนาด 1.75 ลิตร ขวดละ 20,000 บาท ลด 60% เหลือเท่าไหร่น้อ ..
Chivas Regal 12YRS 4.5L ขวดละ 4600 บาท ลดไปอีก 60%
พวกวอดก้าครับ
ขวดละ 290-350 ลด 60% ซื้อ 2 แถม 1
สำหรับคนที่ไม่ดื่มเหมือนข้าน้อย ก็มีโซนชอคโกแลตให้ได้ซื้อด้วยครับ
กว่าจะกลับได้
หมดไปหลายตังค์อยู่ครับกับที่แห่งนี้ แถมรถโช๊คอัพอ่อนมาก เกรงว่าจะพัง
พี่ไกด์ของเราเล่นขย่มทั้งวันเลยนี่จึงต้องรีบนำรถกลับไปเชคอาการที่หาดใหญ่
และเที่ยวที่นี่ในตัวด้วยเลย ที่หาดใหญ่นั้นถนนแคบมาก รถติดเหมือน กทม. เปี๊ยบ
กว่าจะเข้าใจกลางเมืองได้ใช้เวลาพอสมควรครับ
มืดแล้วก็ขอเที่ยวต่อทันทีครับ กับย่านการค้าของหาดใหญ่
ดูไปดูมาก็คล้ายๆ กาดหลวงของเชียงใหม่นั่นแหละ
ถนนสายนี้ เรียกว่า ย่านการค้าครับ มีห้าง ร้านอาหารเฟรนไชส์เยอะแยะไปหมด
ส่วนใหญ่แล้วไม่ค่อยมีคนไทยเท่าไหร่ครับ มีแต่พวกสิงคโปร์ มาเลเซีย และจีน
สะดุดกับร้านนี้ .. ของทอดดดดด
ของทอดข้างถนนทำไมมันหรูงี้อ้ะ !!!
เดินไปเดินมา หิวอีกแล้ว ผู้รู้จึงได้ชี้ทางสว่างว่า ต้องกินร้านนี้เท่านั้น !!!
ชื่อร้าน ต้าเหยินครับ
บรรยากาศในร้าน
ร้านนี้เน้นขายอาหารจีน และอาหารเบตงครับ
หมี่เหลืองเบตงผัดแห้ง (120 บาท)
คล้ายๆหมี่เหลืองผัดซีอิ้ว แต่ว่าผัดได้หอมขึ้นจมูกมาก แป๊บเดียวก็หมดชาม
ไก่สับ (120บาท)
น้ำราดไม่ค่อยเค็มเท่าไหร่ครับ กลมกล่อมมากกว่า หอมกลิ่นน้ำมางา ราดบนไก่สับ เย็นนิดหน่อย
ทานกับข้าวสวย .. แผล่บๆ ..พิมพ์เองยังน้ำลายไหลเอง
เคาหยก (100 บาท)
เป็นหมูสามชั้นตุ๋นครับรสชาติเค็มๆหวานๆ
ผัดผัก(อะไรซักอย่าง)น้ำมันหอย (50บาท)
ไม่ได้ทานฮะ
หมี่เหลืองราดหน้า (120บาท)
หมูทอดเต้าซี่ (80 บาท)
ทานเสร็จ ฝนก็เทลงมา
กว่าจะกลับโรงแรมได้ เล่นเอาเปียกหมู่
และแล้วก็จบคืนวันที่ 11 .. วันนี้วันเดียว เล่าได้ตั้งเอนทรี่นึง คุ้มเนอะ
แล้วพบกันใหม่ถ้ายังไม่ลืมกันนะคร้าบบบบบบบบบบ....บ


ภาพสวยมากกก
เห็นแล้วอยากไป ง่า
#1 By PoringNoi~* on 2009-05-12 16:50