พากิน พาเที่ยว ตั้งแต่เหนือจนสุดชายแดนใต้ 1
posted on 28 Apr 2009 17:08 by piyatoสวัสดีคร้าบบบ .. หลังจากที่หายไปนาน
ลองทายดูมั้ยครับว่าข้าน้อยไปไหนมา
....
....
เอ้า ให้เวลาคิด.. มองดูฟ้าสวยๆ ละกัน
.
.
.
.
รู้นะว่ารีบเลื่อนลงมาเลยหล่ะสิ
(จริงๆรู้มาตั้งแต่หัวข้อแล้วเนอะ -___-")
ที่จริงแล้ว ข้าน้อยต้องไปญี่ปุ่นแท้ๆ แต่เพราะเหตุการณ์บางอย่าง
ก่อนจะไปทำให้ถูกเลื่อนอย่างไม่มีกำหนด
จึงเปลี่ยนแผนกระทันหันเป็นจังหวัดกระบี่ครับ .. ไปนานซะด้วย(งอน)
แต่ก็ไม่ได้อยู่ที่กระบี่อย่างเดียว โชคดีที่มีโอกาสเที่ยวอีกหลายจังหวัด
จนเลยไปถึงมาเลเซียโน่นนน...น
อยากรู้แล้วใช่มั้ยฮะว่าไปที่ไหนบ้าง
เตรียมน้ำ เปิดแอร์เย็นๆแล้วตามข้าน้อยมาเล้ย
**ที่จะเล่าต่อไปนี้มาจากความรู้อันน้อยนิดของข้าน้อยเท่านั้นนะฮะ
ถ้าเกิดอะไรผิดพลาด รบกวนช่วยแจ้งด้วยนะครับ จะได้แก้ไขให้มันถูกต้อง
ขอบคุณมากครับ**
วันแรกวันที่ข้าน้อยไปถึงนั้น โอโห ทำไมมันช่างร้อนอะไรเช่นนี้.. ปรับตัวไม่ได้ครับ
ตอนเช้าหมอกลง(ที่เชียงใหม่) ตอนกลางวันฝนตก(ที่กรุงเทพฯ) ตอนดึกร้อน(ที่กระบี่)
แน่นอน ถ้าใครอยู่แถวสนามบินเห็นเด็กวัยรุ่น(จริงๆนะ) ยืนเหงื่อแตกทำน่าตากลัวๆ
นั่นแหละข้าน้อยเอง
วันแรกนี่ไม่ได้ทำอะไรซักอย่าง เนื่องจากปรับตัวไม่ทัน และที่ๆข้าน้อยได้อาศัยอยู่ด้วยนั้น
ไม่มีแอร์,พัดลมครับ !!! จึงจำเป็นต้องหาอะไรมาพอบรรเทาบ้าง
และก็ผ่านคืนแรกไปอย่างทุลักทุเล
วันที่สอง ..
ตื่นเช้า(จริงๆเกือบเที่ยง) ได้ไปทานก๋วยเตี๋ยวเป็ด เท่าที่เห็น .. มีร้านเดียวในกระบี่ !!!
ถ้าใครมีโอกาสมาเที่ยวแล้วอยากลอง สามารถโทรไปถามสถานที่ได้ที่ 075-663185
ร้านนี้เปิด 08.00-16.00
บรรยากาศหน้าร้านครับ
ร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ดแต่คึกอยากลองทานหมูสะเต๊ะดูหน่อยว่ามันแปลกกว่าของเรามั้ย
ปรากฎว่า เหมือนกันทุกอย่าง
(40บาท)
อ้ะ.. ป้อนนนนน~
หมี่ขาวผัดซีอิ้ว (40บาท)
ที่กระบี่นี่แปลกครับ ส่วนใหญ่จะไม่มีให้เราว่าจะใส่เนื้ออะไรบ้าง แต่จะใส่ให้ทั้งหมู หมึก กุ้ง
มาให้ในจานเดียว เส้นผัดได้หอมมาก ไม่ต้องปรุงยังทานได้หมดจานเลยนะเอ้อ
หมี่ขาวราดหน้า(40บาท)
เส้นหมี่ผัดกับไข่เป็ด ทำให้เข้มข้นขึ้นมากอร่อยดีครับ
ลืมได้ไงเนี่ย มาร้านก๋วยเตี๋ยวเป็ด ก็ต้องมีก๋วยเตี๋ยวเป็ดสิ (35บาท)
มาแบบกลัวอิ่ม ให้น้อยเหลือเกิน รสชาติอ่อน ต้องปรุงเพิ่มพอสมควร
กระบี่ช่วงที่ข้าน้อยไปนั้น เป็นช่วงที่มีพายุครับ(ซึ่งปกติไม่เคยมีในช่วงนี้)
ตอนเช้าร้อน พอบ่ายมาฝนก็จะตกหนักจนถึงกลางคืน
แน่นอน ฝนแค่นี้ทำอะไรเราไม่ได้ครับ
ที่ๆแรกที่จะพาไปคือ วัดถ้ำเสือ
ศาลเจ้าแม่กวนอิมในบรรยากาศอึมครึม
ต่อไปก็เป็นวัดภ้ำเสือครับ แต่ว่าต้องเดินไปพอสมควรโดยมีแม่ชีเป็นไกด์นำทาง
เดินไปได้ซักพัก "เฮ้ย .. ไหงมันไม่ถึงซักที"
สูงจนน่าตกใจครับ.. แต่แม่ชีท่านเดินสบายบรื๋อ
เดินขึ้นไปสูงพอสมควรครับ นั่งพักลิ้นห้อย
เลยขออนุญาติแชะเด็กประจำถิ่นซักหน่อย
เดินตากฝนต่อไปเรื่อยๆ.. แม่ชีท่านจะพาไปหาเต่าแสนเชื่องที่จะมาโชว์ตัวทุกๆตอนบ่าย
แต่ก็ไม่ไหวครับ ฝนตกหนักมาก คุณเต่าสงสัยรู้ล่วงหน้า จึงไม่โผล่มาให้เห็น
สมัยนี้มีตู้ใส่บาตรอัตโนมัติด้วยนะเอ้อ
อัตราค่าบริการ สิบบาทต่อครั้ง
พระธาตุเจดีย์ สูงมากกกกกกกกกก...ก
เหมือนฝ้ากลั่นแกล้ง พอกลับมาฝนดันหยุด
เวลามีค่า เราจึงไปเที่ยวกันต่อครับ โดยที่นั่งเรือที่ท่าเรือ (จำไม่ได้เรียกว่าอะไร)
ไม่แพงมากครับ(400บาท กี่คนก็ได้จนกว่าเรือจะล่มไปข้าง) โดยที่คนขับเรือจะเป็นไกด์ให้เอง
ผ่านเขาขนาบน้ำ .. จุดขายเมืองกระบี่
เพื่อมาเที่ยวถ้ำ (ถ้ำอะไรน้า..)
เมื่อก่อนเคยมาถ่ายภาพยนตร์ฝรั่งที่นี่ด้วยนะเอ้อ เราจึงได้อานิสงค์ได้มีบรรได้ที่เค้าสร้างทิ้งไว้ให้
หรือไม่ชอบ อยากจะขึ้นแบบเก่า ..
ข้างในถ้ำครับ คล้ายๆที่ๆนึงในเวียดนามเปี๊ยบ !!
มีอีกถ้ำนึงด้วยครับ สามารถเดินผ่านเข้าไปได้
เพื่อที่จะดูวิว
ต่อกันที่เกาะกลางครับ เนื่องจากไม่มีสะพาน ทำให้กลายเป็นที่ท่องเที่ยวอีกที่นึง
เกาะกลางก็คือเกาะที่อยู่บนน้ำครับ อาชีพส่วนใหญ่จะเป็นการประมงและท่องเที่ยว
โดยที่จะเน้นหลักเศรษฐกิจพอเพียง
พี่ไกด์เรา เห็นข้าน้อยถ่ายภาพปลาปักเป้าอยู่จึง เข้าช่วยจัดฉากให้ครับ
อีกชนิดนึงครับ โดยปกติแล้วไม่ยอมพองตัว
จึงได้ทำการ "จั๊กจี้" ที่พุงครับ .. ได้ผลอย่างประหลาด พองป่องเชียว
ชนิดสุดท้าย แบบไม่พอง
ขอเก๊กอีกมุม
วันที่สาม..
วันนี้ก็ฝนตกเช่นเคย แต่ก็ขอเที่ยวซักนิดที่ทางเดินศึกษาธรรมชาติ คลองสองน้ำ ครับ
สองน้ำในที่นี้คือ น้ำทะเล และน้ำจืดมาบรรจบกันพอดี
ซึ่งจะมีป้ายคอยบอกตลอดเกี่ยวกับพันธุ์ไม้และระบบนิเวศ
ค่าเข้าชมเพียงสิบบาทเท่านั้น
ช่วงต้นเป็นป่าดงดิบครับ ชื้นๆแบบนี้ได้กลิ่นป่าด้วยนะเอ้อ
เดินมาซักพักก็เจอน้ำเค็มก่อนครับ
อีกด้านก็เป็นน้ำจืด
ป่าสองถิ่น
บริเวณนี้ได้รับอิธิพลของทะเลจากหิน ซึ่งเวลาผ่านไป ความเค็มก็ยังอยู่ทำให้
พื้ชน้ำเค็ม(โกงกาง) และพืชน้ำจืด(ชมพู่น้ำ)สามารถอยู่ด้วยกันได้
เดินไปฝนก็ตกไปเรื่อยๆ อยากรู้จริงว่ามันบรรจบกันแบบไหนน้อ
แอ่นแอ๊น.. มาบรรจบกันบริเวณนี้ครับ ด้านซ้ายเป็นน้ำเค็ม ด้านขวาเป็นน้ำจืด
เรือที่จอดอยู่แบบนั้นเพื่อรอน้ำขึ้นครับ
ตกเย็นเราได้พากันไปทานขนมจีนน้ำยา ที่ข้าน้อยถือว่า อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมาแล้วฮะ
ใครที่มากระบี่ น่าจะลองซักครั้ง นั่นก็คือร้านนี้นี่เอง ~
ที่นี่กินขนมจีนกับไก่ทอด
ไก่ทอดทุกชิ้นราคาสิบบาทฮะ
ขนมจีนน้ำยา (10บาท)
พูดได้แค่สามคำครับ
อร่อยมากกกกกกกกกกก...ก
เครื่องเคียง ถั่วงอกดองอร่อย~
ต่อด้วยขนมจีนน้ำหวาน (10บาท)
ไม่รู้ว่าใส่อะไรไปบ้าง แต่กลมกล่อมเหลือเกิน
เนื่องจากเกรงว่าจะโหลดนานเกินไป
จึงขอจบตอนที่ 1 ไว้เพียงเท่านี้ (ยังไม่ได้เหยียบทะเลเลย ดูซิ
)
แล้วพบกันใหม่ถ้ายังไม่ลืมกันคร้าบบบบบบบบบ

ขอบคุณสำหรับการเป็นไกด์ให้พวกเราทางบ้านเหมือนเคยนะคะ
#1 By ☆ E m i R i on 2009-04-28 19:06